ความสำคัญและความเป็นมา ของการจัดการศึกษา โรงเรียนทศบาลเขาชัยสน
เทศบาลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการพัฒนาคนในท้องถิ่นของตนเองให้มีคุณภาพ จะเห็นว่า การพัฒนาคุณภาพคนในท้องถิ่นเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศ ฉะนั้น เทศบาลจะต้องใช้โรงเรียน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้เป็นจำนวนมาก เป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนในท้องถิ่น โดยประชาชนทุกคนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวก
จากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาระดับใดระดับหนึ่ง หรือทุกระดับตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการภายในท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่ในการการศึกษา เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง
โดยที่เทศบาล มีภารกิจครอบคลุมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาภายใต้ความรับผิดชอบ จึงสามารถนำนโยบายที่เหมาะสมกับศักยภาพความต้องการ และความพร้อม ไปปฏิบัติได้ โดยกระทรวงมหาดไทยได้เสนอแนะการนำแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งการจัดการศึกษาของท้องถิ่น สามารถดำเนินการจัดการศึกษาเองได้ ทำได้ ๒ กรณี คือ
** จัดตั้งสถานศึกษาเอง ภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ
** การรับถ่ายโอนภารกิจการจัดการศึกษา ที่รัฐบาลจะถ่ายโอน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารการจัดการศึกษา
เทศบาลตำบลเขาชัยสน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษา จึงจัดตั้งสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลตำบลเขาชัยสน ขึ้นเอง ภายใต้วิสัยทัศน์ “ทุกชุมชนได้รับการพัฒนาทุกด้านอย่างทั่วถึง และตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้อยู่ดีมีสุข ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง”
โดยมีความสำคัญและความเป็นมา ดังนี้
เดิมเทศบาลตำบลเขาชัยสน มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งรับถ่ายโอนมาจัดการศึกษาจากรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มาบริหารงานโดยเทศบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๖ เป็นต้นมา เมื่อถึงปี ๒๕๔๙ มีเพียงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งเดียว แต่มีนักเรียนจำนวนมาก ถึง ๓๗๖ คน ในแต่ละปี เด็กนักเรียนปฐมวัยมีความสามารถและมีประสบการณ์เหมาะสมกับวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา โดยเฉพาะทางด้านสติปัญญา เด็กนักเรียนมีความสามารถเข้าแข่งขันทักษะทางวิชาการจนได้รับรางวัลทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภาค ระดับประเทศ เป็นที่พึงพอใจและเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง แต่เมื่อเด็กจบออกไปแต่ละปี ต้องไปหาที่เรียนต่อขั้น ป.๑ ณ ที่แห่งอื่น จนเทศบาลได้รับการเรียกร้องจากชุมชนและผู้ปกครอง ขอให้เทศบาลจัดการศึกษาทั้งในระดับก่อนประถมศึกษาและในระดับประถมศึกษา ประกอบกับในเขตเทศบาลตำบลเขาชัยสน มีนักเรียนจำนวนเพียงพอตามรายอายุหลักเกณฑ์ ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ มีพื้นที่ในการจัดตั้งสถานศึกษาเหมาะสม ผู้บริหารท้องถิ่น จึงมีนโยบายที่จะขยายโอกาสให้เด็กนักเรียน ที่จบปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและจากที่อื่น ต่อยอดเข้าเรียนในโรงเรียนเทศบาลที่จะขอจัดตั้งใหม่ จึงมีการประชุมหารือเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนเทศบาล กับภาคประชาชน แกนนำชุมชน ภาคราชการที่เกี่ยวข้อง และได้ส่งแบบสอบถามหรือหนังสือแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตเทศบาล ว่าจะให้เทศบาลจัดตั้งโรงเรียนเทศบาลหรือไม่ โดยประชาชนตอบแบบสอบถามมีความต้องการให้จัดตั้งโรงเรียนสูงมาก ถึงร้อยละ ๙๒.๓๙ เทศบาลตำบลเขาชัยสนจึงตระหนักในความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ โดยพร้อมที่จะจัดการศึกษา จึงขอจัดตั้งโรงเรียนเทศบาลเขาชัยสน และสภาเทศบาลในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ได้มีมติเห็นชอบในการจัดตั้งโรงเรียน จึงได้ส่งหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมหนังสือแสดงเจตนารมณ์ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณา จนได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ชื่อ “ โรงเรียนเทศบาลเขาชัยสน ” ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ เป็นต้นมา และเทศบาลได้ซื้อที่ดินเพื่อรองรับอาคารเรียนที่จะได้รับการสรร จำนวน ๖ ไร่ ๗๒ ตารางวา เป็นเงิน ๓,๗๒๐,๐๐๐ บาท
เริ่มจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๑ เริ่มต้นด้วยเด็กนักเรียน ป.๑ จำนวน ๒ ห้องเรียน รวม ๗๐ คน มีครูอัตราจ้าง ๒ คน ในระหว่างที่ยังไม่มีอาคารเรียน ได้ขอใช้อาคารของโรงเรียนมัธยม จำนวน ๒ ห้อง เป็นการชั่วคราว เป็นการจัดการศึกษาแบบก้าวกระโดด โดยจัดการเรียนการสอน ๖ ปี มีเด็กนักเรียน จบ ชั้น ป ๖ ไปแล้ว ถึง ๓ รุ่น
มีความคิดริเริ่มแตกต่างจากที่อื่น คือ ในปีการศึกษาแรก ๒๕๕๑ มีเด็กนักเรียนเพียง ๗๐ คน ปีการศึกษาถัดมา ได้เปิดรับสมัครนักเรียน ชั้น ป. ๑ และชั้น ป. ๔ พร้อมกัน เพื่อให้มีนักเรียน จบขั้น ป.๖ โดยไม่ต้องใช้เวลาถึง ๖ ปี
ระยะเริ่มแรกของการจัดการเรียนการสอน เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจและใช้ความละเอียดอ่อน คอยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง ต่อมา เทศบาลได้บริหารจัดการศึกษาโดยใช้งบประมาณของเทศบาล และได้รับการอัตราครูและงบประมาณ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตามความจำเป็น